Recommend





'รักเรียบง่าย สาวนครพนม หนุ่มปารีส' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย....เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ชาญยุทธ โคตรธรม
เมื่อสิบปีที่แล้ว ชาวบ้านดงโชค หมู่ 1 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ได้เข้าร่วมงานแต่งงานและรับขวัญ "เขยฝรั่ง" เดวิด ดริอาร์ด ชาวฝรั่งเศส กับลูกหลานของหมู่บ้านแห่งนี้ "ดวงใจ บุญมานนท์" ในวัยที่ทั้งคู่อายุเพิ่งย่างเข้าสู่เลข 3 เท่านั้น
พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แบบพื้นบ้านในอีสาน คู่บ่าวสาวนั่งหน้าพาขวัญหรือขันหมากเบ็งที่ทำขึ้นจากใบตองพร้อมด้ายผูกแขน มีเหล้าไหไก่ตัวและไข่ต้ม 2 ฟอง พ่อแม่คู่บ่าวสาวเชิญแขกที่ใกล้ชิดผู้อาวุโสในหมู่บ้านนั่งล้อมวงผูกแขนป้อนไข่ขวัญคู่บ่าวสาวเป็นสิริมงคลในการแต่งงาน
เป็นงานแต่งที่ไม่หรูหรา ไม่มีพิธีรีตองมากนัก แต่เป็นพิธีวิวาห์ที่ยิ่งใหญ่ สำหรับหัวใจสองดวง เป็นสัญญาที่บอกกล่าวกับพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ว่า นับแต่นี้ทั้งเขาและเธอจะก้าวเดินไปสร้างอนาคตด้วยกัน
"ดวงใจ" สาวน้อยบ้านนา เกิดและอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านดงโชคแห่งนี้ เป็นบ้านหลังเล็กๆ เนื่องด้วยฐานะยากจนมาก พ่อแม่มีอาชีพทำนาและรับจ้างทุกอย่าง เพื่อหาเงินมาส่งลูกเรียนหนังสือแต่ด้วยต้นทุนทางสังคมไม่มากนัก เป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งเมื่อเรียนจบได้เท่าที่กำลังทรัพย์ของพ่อแม่จะส่ง ดวงใจก็ต้องมารับช่วงต่อในการทำงานหาเงินดูแลน้องๆ ต่อจากบุพการี
เมื่อเข้าสู่วัยเบญจเพส "ดวงใจ" ตัดสินใจทิ้งท้องทุ่งอันแสนจะแห้งแล้งลำเค็ญ มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง เมืองแห่งความศิวิไลซ์ ไปหางานทำ ไปหาอนาคตที่ "เผื่อ" จะดีกว่านี้
ซึ่งไม่ต่างจากคนหนุ่มสาวที่ทะลักเข้าขายแรงงานในเมืองหลวง "ดวงใจ" ได้ทำงานเป็นลูกจ้างตัดเส้นด้ายในโรงงานเขตคลองเตย ส่งเงินมาให้พ่อแม่เลี้ยงน้อง 3 คนได้เรียนหนังสือ พอถึงฤดูทำนาก็กลับมาทำนา
เมื่อเริ่มเคยชินกับกรุงเทพฯ เธอจึงออกหางานใหม่ เพื่อขยับชีวิตให้มั่นคงขึ้น คราวนี้ได้มาทำงานเป็น "โฮสเตส" บนรถทัวร์ ทำหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร เสิร์ฟน้ำและอาหารว่างบนรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ได้เงินเดือน 5,000 บาท เหนื่อยยากแสนสาหัสกับการตะลอนเดินทาง แต่ประโยชน์ที่เข้ามาโดยไม่รู้ตัวคือ "ภาษา"
การทำงานตรงจุดนี้จึงได้สัมผัสฝึกพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผู้โดยสาร แรกๆ ก็ฟุดฟิดฟอไฟไปตามเรื่อง เมื่อยมือเมื่อยหน้ากว่าจะเข้าใจกันบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่พอนานเข้าก็พอพูดได้
วันหนึ่งในฤดูร้อนเดือนมีนาคม 2542 ดวงใจได้คิวหยุด แต่ไม่รู้จะไปไหน เพราะต้องใช้เงินอย่างประหยัดที่สุด จึงตัดสินใจเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งมาถึงบริเวณหน้าสำนักงานทำพาสปอร์ตในกรุงเทพฯ จังหวะนั้นเอง "เดวิด" ก็เดินออกมาจากสำนักงานอย่างพบดิบพอดี เหมือนดั่งบุพเพสันนิวาสให้มาพบกัน เดวิดยิ้มให้ ฝ่ายหญิงแห่งสยามเมืองยิ้มก็ยิ้มตอบอย่างเต็มใจ
มิตรภาพไมตรีเกิดขึ้นทันที ทั้งสองได้ทักทาย พูดคุยกันเดินไปตามถนน จากเดินเรื่อยเปื่อย กลับกลายมีเพื่อนเดินพูดคุยถูกคอ สุดท้ายไปนั่งรับประทานอาหารที่ร้านอาหารตามสั่งละแวกนั้น
ข้อมูลเรื่องราวส่วนตัวต่างหลั่งไหลผูกมิตรกันระหว่างเพื่อนใหม่ต่างชาติ "เดวิด" บอกว่า ทำงานขับรถทัวร์บริการนำเที่ยวอยู่ประเทศฝรั่งเศส เมืองฟงแตนโบล กรุงปารีส อาศัยอยู่กับย่า เพราะพ่อแม่แยกทางกัน เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย 3 เดือน และอยากข้ามไปเที่ยวลาว
จังหวะนั้น ดวงใจกำลังจะลางานกลับบ้านไปช่วยดำนา จึงชักชวนหนุ่มตาน้ำข้าวให้มาเที่ยวนครพนม ซึ่งอีกฟากของแม่น้ำโขง คือประเทศลาว ที่เขาใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวสัมผัสกลิ่นอายของเมืองแห่งตะวันออก
ทั้งคู่กลับนครพนมด้วยกัน...แรกๆ เดวิดพักที่โรงแรมในตัวเมืองนครพนม กลางวันญาติของดวงใจจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับพาเที่ยวชมเมือง แล้วก็นั่งเรือข้ามโขงไปเที่ยวลาว บางวันก็มาที่ทุ่งนาในหมู่บ้าน เรียนรู้การดำนาไถนา ไปใส่เบ็ดปลา ซ้อนกุ้งปูปลา...ไม่ไปเที่ยวที่ไหนอีกเลย
ครบ 3 เดือน เดวิดกลับฝรั่งเศส ครอบครัวของดวงใจก็ไปส่งที่คิวรถ บขส.นั่งรถกลับกรุงเทพฯ จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เพราะมือถือก็ไม่มี ครานั้นดวงใจได้แต่คิดว่าเขาคงไม่กลับมาและคงไม่ได้พบหน้ากันอีก บางช่วงเวลารู้สึกได้ว่า เริ่มรู้สึกผูกพันกับฝรั่งคนนี้ บางครั้งท่าทางการดำนาที่เงอะๆ งะๆ ก็ลอยเข้ามาสู่ห้วงภวังค์
"เขาจะคิดถึงเราบ้างมั้ย คงเป็นไปไม่ได้เพราะเรามันจน เป็นแค่หญิงชาวบ้าน ส่วนเขาเป็นฝรั่งหน้าตาดี ยังหนุ่มและเราอยู่ห่างกันเหลือเกิน" ดวงใจคิด
แต่แล้วจู่ๆ ในอีก 4 เดือนถัดมา มีคนหัวแดงนั่งรถสามล้อเครื่องจอดหน้าบ้าน ทันทีที่ทุกคนเห็นหน้าเดวิด ต่างดีใจที่ไม่นึกฝันว่าเขาจะกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับแจ้งว่า กลับฝรั่งเศสไปบอกคุณย่าว่า จะมาขอแต่งงานกับหญิงสาวชาวไทย ซึ่งย่าเขาก็ไม่ห้าม แต่หลังแต่งงานที่ไทย ขอให้พาหลานสะใภ้กลับไปจัดงานแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีบ้านเขาด้วย
พ่อแม่ถามว่า "ทั้งคู่รักกันไหม พร้อมจะดูแลอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าหรือไม่ เมื่อทั้งคู่รักกันจริงพ่อแม่ก็จะจัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณี เพื่อไม่ให้ผิดผีบ้านผีเรือน"
พิธีผูกแขนแต่งงาน ตามฮีตตามคองอีสาน จึงเกิดขึ้นแบบเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย หลังจากนั้นเจ้าบ่าวก็พาเจ้าสาวกลับไปทำพิธีแต่งงานอีกครั้งที่ประเทศฝรั่งเศส จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 เป็นคู่สามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายฝรั่งเศส
"ดวงใจ บุญมานนท์" จึงเป็น "ดวงใจ ดริอาร์ด" นับแต่นั้นมา
ปัจจุบันชีวิตส่วนใหญ่ทั้งคู่อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส มีบุตรชายเป็นพยานรัก 1 คน ชื่อ "เทียรี่" ตอนนี้เรียนหนังสือเทียบเท่าชั้น ป.6 ของไทย ครอบครัวนี้เดินทางมาบ้านเกิดที่นครพนมปีละ 1 ครั้ง เยี่ยมพ่อแม่พักผ่อน 2 เดือนแล้วก็เดินทางกลับฝรั่งเศส อยู่กันอย่างมีความสุขแบบเรียบง่าย
"เดวิด ดริอาร์ด" เปิดใจว่า ชอบดวงใจตั้งแต่แรกพบ เป็นคนน่ารักร่าเริง พูดถูกคอไปด้วยกันได้ดี สู้ชีวิตทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ไปด้วยกันได้ดี ตอนนี้อยู่ฝรั่งเศสก็ทำงานขับรถบริการนำเที่ยวอยู่กับย่า รายได้ก็พอเลี้ยงภรรยาและลูกได้อย่างสบายไม่ขัดสน
"เราทั้งคู่จะรัก ครองคู่จนแก่เฒ่าทำทุกอย่างเพื่อลูกชาย